ญาติวอนรัฐ เร่งช่วยคนไทย ซ่อนตัวใกล้จุดสู้รบ 10 กม.

วันที่ 19 ต.ค. 2566 นายสุปัน บุญมาพล นายก อบต.พิมูล ลงพื้นที่ ต.พิมูล อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์เยี่ยมครอบครัวของนายวิไล เทพเหมือนไพร แรงงานไทยที่ไปทำงานอิสราเอล และได้วิดีโอคอลพูดคุยสอบถามความเป็นอยู่กับนายวิไล เป็นข่าวดีว่ายังปลอดภัยและไม่ได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้รอเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยมารับตัวออกจากพื้นที่

นางชาลินี เทพเหมือนไพร อายุ 37 ปี ภรรยานายวิไล เล่าว่าสามีไปทำงานที่ฟาร์มเกษตร ในอิสราเอลได้ 4 ปี จ่ายค่าเดินทางครั้งแรกประมาณ 150,000 บาท มีรายได้เดือนละ 30,000-50,000 บาท

สมาชิกอาวุโสกลุ่มฮามาสเผย “พร้อมทำสงครามยาวนานกับอิสราเอล”

“จุลพันธ์” สั่ง ธ.ก.ส.หามาตรการด่วน! ดูแลแรงงานกลับอิสราเอล

อีกเพียงปีกว่าๆ ก็จะหมดสัญญาจ้างแล้ว แต่มาเกิดเหตุสู้รบก่อน โดยแคมป์ที่สามีอยู่ ห่างจากจุดสู้รบประมาณ 10 กม. ซึ่งนายจ้างหนีไปตั้งแต่วันเกิดเหตุ 7 ต.ค.ทิ้งให้สามีกับเพื่อนแรงงานอีก 4 คน รวมทั้งหมดเป็น 5 คน อยู่ในแคมป์ ตอนนี้สามีเพื่อนร่วมแคมป์ไม่กล้าออกไปไหน เพราะมีการยิงขีปนาวุธทั้งกลางวันกลางคืน ต้องซ่อนตัวอยู่ในหลุมหลบภัย และได้มีการประสานสถานทูตไทยในอิสราเอลเพื่อขอเดินทางกลับไทยแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ให้รอก่อน จึงยังไม่รู้วันที่จะได้เดินทางกลับ

แม้ตัวเธอและครอบครัวจะดีใจที่สามีปลอดภัย แต่ก็ยังห่วงสามีมาก กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะอาหารที่ตุนไว้ก็เริ่มขาดแคลนแล้ว ส่วนการติดต่อต้องรอให้สามีโทรกลับมาเท่านั้น และคุยนานไม่ได้เพราะกลัวกลุ่มฮามาสจะจับสัญญาณโทรศัพท์ได้และบุกเข้ามาทำร้าย อยากให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยพาออกไปอยู่ที่ปลอดภัยกว่านี้

ยังมีแรงงานไทยที่อิสราเอลอีกส่วนหนึ่งที่ขาดการติดต่อ และไม่รู้ชะตากรรม ทำให้ครอบครัวที่ไทยเป็นห่วงมาก กินไม่ได้ นอนไม่หลับ อย่างครอบครัวของนายณัฐพงษ์ ปินตา อายุ 35 ปี ชาว ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง จ.นครพนม เพิ่งไปทำงานที่อิสราเอลได้เพียง 1 ปี 4 เดือน และขาดการติดต่อไปตั้งแต่วันเกิดเหตุ

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบกับครอบครัวของนายณัฐพงษ์ ทุกคนยังเฝ้ารอให้นายณัฐพงษ์ติดต่อกลับด้วยความเป็นห่วง นางไกรษร น้อยเหล็กดี อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นแม่ยาย เล่าว่า ปกติลูกเขยจะโทรศัพท์มาหาภรรยาและลูกทุกวัน โดยวันเกิดเหตุ ช่วง 11 โมงเช้า (เวลาประเทศไทย) ลูกเขยโทรมา บอกว่ามีการสู้รบกัน ตัวเองกำลังวิ่งหนีไปหลบภัย จากนั้นก็ขาดการติดต่อ จนถึงทุกวันนี้

ด้านนางสาวนริศรา จันทะแสง อายุ 33 ปี ภรรยาของนายณัฐพงษ์ เล่าว่า แคมป์ที่สามีอยู่ มีคนไทยทั้งหมด 19 คน แต่ที่ยืนยันรอดชีวิตและสามารถติดต่อได้ มี 3 คน เพราะช่วงเกิดเหตุ ทั้ง 3 คนไม่ได้อยู่ที่แคมป์ แม้ก่อนหน้าที่มีรายงานข่าวว่าแคมป์ที่สามีทำงานอยู่ ถูกกลุ่มฮามาสบุกถล่ม และมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ แต่ตราบใดที่ยังไม่มีการยืนยันรายชื่อ ก็ยังมีความหวังว่าสามียังมีชีวิต

ทุกวันนี้เธอกินไม่ได้นอนไม่หลับ รอให้มีปาฏิหารย์กับสามี เพราะสามีเป็นเสาหลักของครอบครัว และที่ทุกข์ใจมากอีกเรื่อง คือหนี้สินที่ไปกู้ยืมมาหลายแสนบาทจาก ธสก. เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้สามีไปทำงานที่อิสราเอล และยังมีค่างวดรถที่สามีได้ออกรถไว้ ก่อนเดินทางไปทำงาน ส่วนเธอไม่ได้ทำงาน เป็นแม่บ้านเลี้ยงดูลูกชายวัย 8 ขวบ รายได้ของครอบครัวมาจากสามีทางเดียว

ตอนนี้อยากให้ทางการไทยช่วยติดตามหาสามี เธออยากทราบว่าสามียังมีหรือเสียชีวิตแล้ว ไม่ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไรก็พร้อมยอมรับความจริง

แต่หากสามีมีชีวิตอยู่ ถ้าเห็นข่าวนี้ อยากให้รีบติดต่อกลับมา และอยากบอกสามีว่าเธอรักมาก อยากให้กลับมาอยู่เป็นครอบครัวด้วยกันอีก และถ้าปลอดภัยกลับมาก็จะไม่ให้สามีกลับไปทำงานที่อิสราเอลอีกแล้ว

ราชกิจจาฯเผยแพร่คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด 11 แกนนำพันธมิตรฯ

กางปฏิทินจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ค่าจ้างลูกจ้างประจำ บำนาญ ปี 2566

ประกาศเตือนฉบับที่ 4 พายุดีเปรสชันทวีกำลังแรงขึ้น! คำพูดจาก สล็อตเว็บตรง

Back To Top